5 แมงมุมมีพิษ ที่อันตรายสุด ๆ

5 แมงมุมมีพิษ ที่อันตรายสุด ๆ

  • Ava
  • สิงหาคม 23, 2020
  • 0 comments

แมงมุม ถือเป็นสัตว์ตัวเล็ก แต่พิษสงร้ายแรง เทียบเท่ากับร้ายตัวยักษ์บางประเภท ว่ากันว่าแมงมุมบางชนิด พิษของมันร้ายแรง จนสามารถทำให้คนที่โดนกัด หรือโดนต่อยตายได้ในทันที บทความเกี่ยวกับสัตว์ในวันนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวของแมงมุมพิษ 5 ชนิด ที่ว่ากันว่าพบมากในประเทศไทย พร้อมทั้งบอกลักษณะของแมงมุมพิษแบบต่าง ๆ อาการเมื่อถูกกัด ตลอดจนวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้พิษของพวกมัน เข้าสู่ร่างกายของเราได้น้อยที่สุด ส่วน 5 แมงมุมมีพิษ ที่อันตรายสุด ๆ จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล (Latrodectus geometricus) 5 แมงมุมมีพิษ ที่อันตรายสุด ๆ
  • แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล (Latrodectus geometricus)

แมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล หรือ Latrodectus geometricus มีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก และมีสีอ่อนกว่าแมงมุมแม่ม่ายดำ ซึ่งลำตัวอาจมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลเข้มเกือบดำก็ได้ แล้วแต่พื้นที่ที่พบ กลางท้องของมันจะมีเครื่องหมายสีแดงเป็นรูปนาฬิกาทราย ตัวเมียจะวางไข่ครั้งละประมาณ 120–150 ฟอง

โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 20 วัน โดยปกติจะมีนิสัยไม่ก้าวร้าว ส่วนลักษณะการกัด จะเป็นเช่นเดียวกับแม่ม่ายดำ ที่มีเฉพาะตัวเมียเท่านั้น ที่กัดเข้าผิวหนังมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตามการกัดของแมงมุมแม่ม่ายสีน้ำตาล ไม่ร้ายแรงเท่าของแม่ม่ายดำ

เนื่องการกัดหนึ่งครั้งปล่อยพิษออกมาในปริมาณที่น้อยกว่า และผลของพิษจำกัดอยู่แค่บริเวณที่ถูกกัดเท่านั้น ไม่สามารรถกระจายไปยังที่อื่น ๆ ได้ โดยพิษของแม่ม่ายสีน้ำตาลจะทำให้มีอาการเกร็งกระตุกและตะคริว ตลอดจนเจ็บปวดคล้ายถูกผึ้งต่อยค่ะ

แมงมุมแม่ม่ายหลังแดง 5 แมงมุมมีพิษ ที่อันตรายสุด ๆ
  • แมงมุมแม่ม่ายหลังแดง

แมงมุมแม่ม่ายหลังแดง ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แถบฟลอริดา เทกซัส และบริเวณเขตเส้นศูนย์สูตร ซึ่งปัจจุบันแมงมุมชนิดนี้ได้ขยายพันธุ์กระจายไปทั่วโลกแล้ว และได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทยของเราแล้วด้วย แต่ที่สำคัญแกว่านั้น คือปัจจุบันสามารถพบเจอได้ง่ายทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยสาเหตุการแพร่ระบาดนั้น คาดว่า จะเข้ามากับเรือสินค้าเป็นหลัก และมีรายงานด้วยว่า มีพ่อค้าบางคนนำมาขายให้คนที่ชอบเลี้ยงสัตว์แปลก โดยไม่รู้ว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรง

ลักษณะของแมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล สังเกตง่ายๆ จะมีลายตรงหน้าท้องเป็นรูปนาฬิกาทรายสีแสด หรือสีแดง และหากสังเกตหน้าท้องด้านบนจะมีสีน้ำตาลเป็นลักษณะครึ่งวงกลม ซึ่งบริเวณท้องจะมีสัดส่วนใหญ่กว่าส่วนหัวชัดเจนมาก

โดยจะมีลายนูนบนท้องเป็นริ้วสีน้ำตาลสลับสีขาวอ่อนๆ ตรงริ้วเป็นจุดสามจุดเรียงกันสองแถว และจะมีถุงไข่เกาะรวมกันเป็นกลุ่ม มีลักษณะสีขาว คล้ายสำลีจุ่มน้ำ หากโดนแมงมุมชนิดนี้กัด จะเกิดอาการปวดร้อยบริเวณแผล โดยลักษณะจะเป็นจ้ำ ๆ สีแดง ที่ร้ายไปกว่านั้นคือพิษชนิดนี้ สามารถแทรกซึมเข้าสู่ส่วนประสาทของมนุษย์ได้ด้วย

แมงมุมมีพิษสีน้ำตาล
  • แมงมุมมีพิษสีน้ำตาล

แมงมุมพิษสีน้ำตาล แมงมุมชนิดนี้ไม่ใช่สายพันธุ์แม่ม่าย มักจะพบกระจายตัวอยู่ในถ้ำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายงานพบตามหมู่บ้านแต่อย่างใด แต่พิษของแมงมุมชนิดค่อนข้างร้ายแรง เพราะมันจะเข้าไปทำลายระบบเลือด ทำให้มีอาการร้อนและชาที่แผล โดยภายหลังจากที่โดนกัดไปแล้ว 2 วัน แผลจะเริ่มเกิดการอักเสบ

มีลักษณะเหวอะหวะคล้ายกับงูกะปะกัดเลยทีเดียว ทางที่ดีที่สุดในการรักษา คือต้องให้รีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้นาน 10-20 วัน แผลจะเสียหายถึงขั้นเน่าได้ และในบางรายที่แพ้พิษก็อาจมีไข้ร่วมด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือต้องดูแลรักษาแผลให้สะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้นั่นเอง

แมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน
  • แมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean recluse spide)

แมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน หรือ Mediterranean recluse spider เป็นแมงมุมที่พบได้ในบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน แต่บางครั้งก็พบการกระจายพันธุ์ในรัฐอาร์คันซอบนเกาะฮาวาย ออสเตรเลีย, บางส่วนของจีน เกาหลีและญี่ปุ่น

ตลอดจนอำเภอไทรโยค ซึ่งเป้นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทยด้วย ลำตัวของมันจะมีสีน้ำตาลเข้มแบนเรียว ขนาดตัวราว 7.0-7.5 มิลลิเมตร มีพิษที่ส่งผลให้บริเวณที่ถูกกัดมีการอักเสบ เนื้อเยื่อตาย ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อจนอาจถึงแก่ชีวิตอย่างรวดเร็ว

แมงมุมแม่ม่ายดำ (Latrodectus hesperus)
แมงมุมมีพิษ
  • แมงมุมแม่ม่ายดำ (Latrodectus hesperus)

แมงมุมแม่ม่ายดำ เป็นแมงมุมพิษในสกุลแมงมุมแม่ม่าย พบกระจายพันธุ์ในภาคตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย เพศเมียมีขนาดตัวราว 14–16 มิลลิเมตร มีลำตัวสีดำ กลางลำตัวมีเครื่องหมายเป็นรูปนาฬิกาทราย เครื่องหมายนี้อาจเป็นได้ทั้งสีแดงหรือสีเหลือง ในขณะที่เพศผู้จะมีขนาดตัวราวครึ่งหนึ่งของตัวเมียและมีลำตัวสีอ่อนกว่าตัวเมีย แมงมุมตัวเมียเท่านั้น ที่สามารถกัดมนุษย์ได้

เนื่องจากตัวผู้มีกรามขนาดเล็กเกินกว่าจะกัดผ่านผิวหนังมนุษย์ พิษของแมงมุมสายพันธุ์นี้ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งจนกลายเป็นอัมพาต ซึ่งหากการอัมพาตเกิดกับกระบังลมและหัวใจก็อาจทำให้ถึงแก่ความตายได้เลยทีเดียว

โดยทั่วไปแล้วผู้ถูกกัดมักมีอาการแสดงออกราว 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมงภายหลังถูกกัด ซึ่งความรุนแรงก็จะขึ้นกับปริมาณสารพิษที่ร่ายกายได้รับ นอกจากนี้ยังอาจพบอาการข้างเคียงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง, คลื่นไส้อาเจียน, เหงื่อออกมาก, มือสั่น และชัก แมงมุมชนิดนี้ จึงถือเป็นแมงมุมที่อันตรายที่สุด ในบรรดาแมงมุมทั้งหมด

ดูความอันตรายของแมงมุมไปแล้ว คราวนี้ย้อนมาดูอดีตของ ฟีเจอร์แรกของมือถือ กับนวัตกรรมก่อนที่จะมาเป็นสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนมีการเปิดตัวกันมากมายหลายรุ่น พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายที่พร้อมจะตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด ซึ่งเราจะได้เห็นบรรดาค่ายต่างๆ ที่ผลิตสมาร์ทโฟนออกมาเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ

บทความแนะนำเพิ่มเติม : 5 เมนูอาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ